กยท. แนะรัฐบาล แก้ปัญหาราคายางตก ให้ออกกฎหมายบังคับทำถนนต้องผสมยางพาราไปด้วย

นายสุนทร รักษ์รงค์ เลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย และกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (บอร์ด กยท.) เผยว่า เรื่องราคายางพาราเป็นของแสลง ไม่มีใครอยากพูด เพราะชาวสวนจะต่อว่าเอา มีแต่สุนทร รักษ์รงค์ ที่พูดเป็นแผ่นเสียงตกร่องตั้งแต่ปี 2558 ว่าอย่าฝากชีวิตไว้กับรายได้จากการขายยางเพียงอย่างเดียว ให้ทำสวนยางยั่งยืน คงจำกันได้เพราะปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคายางพารา ส่วนใหญ่มาจากปัจจัยภายนอก เช่น เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ราคาน้ำมันดิบ ตลาดซื้อขายยางล่วงหน้า ดีมานด์ซัพพลาย และอื่นๆ


ในขณะที่ปัจจัยภายในประเทศคือ การแปรรูปยาง การส่งเสริมการใช้ยางในประเทศไปไม่ถึงไหน เช่น การทำถนนผสมยางพารา ชาวสวนยางทุกคนอยากได้ราคายางที่สูงขึ้น อันนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สามารถเข้าใจได้ พอราคายางตกต่ำ ก็เดือดร้อน รายได้ไม่พอกับรายจ่าย รวมทั้งปัญหาปุ๋ยที่แพงขึ้นด้วย แรงงานก็ไม่ค่อยมี ยิ่งค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบันด้วยแล้ว จึงน่าเห็นใจพี่น้องชาวสวนยางอย่างยิ่ง


นายสุนทร กล่าวว่า ดังนั้นกว่า 50 ปี ยางพาราไทย จึงเห็นว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำได้ ราคายางยังคงผันผวนตามปัจจัยข้างต้น ราคายางที่เคยสูงในอดีตก็เป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกทั้งสิ้น ราคายางไม่เคยสูงขึ้นด้วยฝีมือของรัฐบาลใด ผมมีงานวิจัยยืนยันชัดเจนเกือบสิบปี “ผมต่อสู้เรื่องปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ตั้งแต่ชุมนุมประท้วง แต่ไม่ได้ผล จนผมตกผลึกทางความคิด ว่าต้องสนับสนุนและส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนยาง เปลี่ยนจากการทำสวนยางเชิงเดี่ยวมาทำสวนยางยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา น่าจะเป็นทางเลือก ทางรอด ที่ชาวสวนยางจะยกระดับรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”


แต่มีอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยยกระดับราคายางพาราให้สูงขึ้นได้ คือการกำหนดเป็นกฎหมายเพื่อบังคับให้การทำถนนต้องผสมยางพารา เช่น ถ้าเป็นถนนแอสฟัลต์ ก็ให้ผสมยางพารา 5-10 % จะช่วยดูดซับยาง 2-4 ตันแห้ง ต่อถนน 1 กิโลเมตร หรือการทำถนนดินยางพารา ที่เป็นถนนในหมู่บ้าน 1 กิโลเมตร ซึ่งใช้น้ำยางสด 12 ตัน หรือการทำซับเบสถนนยางมะตอย คือการเอาถนนดินยางพารามาแทนชั้นดินลูกรังและหินคลุกบดอัด ประเด็นเรื่องการกำหนดเป็นกฎหมายบังคับให้การทำถนนในประเทศไทยต้องผสมยางพารา ต้องทำเป็นนโยบายของพรรคการเมือง เพราะจะส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์เรื่องยางมะตอย ดังนั้นเรื่องนี้เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยาง ต้องต่อสู้และผลักดัน ให้ไปในทิศทางเดียวกันจึงจะเกิดพลัง


ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ