งบเกษตรฯ ปี 65 ถูกตัดลดลงกว่า 929 ล้าน จากปี 64

โฆษกกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เปิดเผยถึงงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้รับการจัดสรรในปีงบประมาณ 2565 ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับจัดสรรงบประมาณปี 2565 จำนวน 110,902.5681 ล้านบาท ลดลงจากปี 2564 จำนวน 929.9490 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 0.83)

สำหรับการขับเคลื่อนงบประมาณปี 2565 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี รวมทั้งแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 นโยบายความมั่นคงแห่งชาติ การพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) นโยบายสำคัญของรัฐบาล และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง นโยบายและแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใน 5 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย

1) ด้านความมั่นคง วงเงิน 257.5683 ล้านบาท ดำเนินการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านการประมง ป้องกันและแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) และพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

2) ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน วงเงิน 28,529.9676 ล้านบาท ดำเนินการในเรื่องเกษตรอัตลักษณ์ พื้นถิ่น เกษตรปลอดภัย เกษตรชีวภาพ เกษตรแปรรูป เกษตรอัจฉริยะ และส่งเสริมการพัฒนาระบบนิเวศการเกษตร เพื่อเสริมสร้างให้การพัฒนาภาคเกษตรมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

3) ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม วงเงิน 2,046.9633 ล้านบาทดำเนินการในเรื่องส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และถ่ายทอดความรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการหลวง ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ และบริหารจัดการที่ดินทำกินแก่เกษตรกรรายย่อยและผู้ด้อยโอกาส

4) ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วงเงิน 80,058.0689 ล้านบาท ดำเนินการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการชลประทาน การป้องกันระดับน้ำเค็ม การปฏิบัติการฝนหลวง จัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม การบริหารจัดการพื้นที่ชลประทานเดิม และการลดการเผาในพื้นที่เกษตร และ

5) ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ วงเงิน 10.0000 ล้านบาท ดำเนินการพัฒนาระบบฐานข้อมูลการเกษตรให้สามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวงเพื่อนำมาวิเคราะห์ประกอบการวางแผนด้านการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยทุกหน่วยงาน พร้อมที่จะขับเคลื่อนแผนงานและโครงการ ในปีงบประมาณ 2565 ซึ่งทั้งหมดนี้ จะส่งผลให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ได้รับการพัฒนาศักยภาพให้มีความเข้มแข็งนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการด้านเกษตร เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรและสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างมั่นคง และยั่งยืน

ที่มา : RYT9