ชาวนาแห่จับโป๊ะพ่อค้า ขอปรับขึ้นราคาข้าวถุง

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และที่ปรึกษากรมการค้าภายใน เผยว่า จากกรณีที่จะปรับขึ้นราคาข้าวถุง ในฐานะนายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยได้ พิจารณาดูแล้ว จำได้ว่าเมื่อต้นฤดูที่ผ่านมา ปลายเดือนธันวา 2565 ถึงต้นเดือนมกราคม 2565 ราคาข้าวหอมมะลิเกี่ยวสดอยู่ที่ชาวนาขายได้แค่ 8,500-9,000 บาท

"โครงการประกันรายได้ต้องจ่ายส่วนต่างตันละประมาณ 3,000 บาท แต่พอในช่วงประมาณเดือนมีนาคม ราคาข้าวหอมมะลิแห้งก็ปรับขึ้นมาบ้าง และช่วงปลายพฤษภา ถึงมิถุนายน ราคาข้าวเปลือกแห้งที่ชาวนาบางส่วนเก็บไว้ในยุ้งฉางก็ขายได้ประมาณ 15,000-16,000 บาท แต่ปัจจุบัน ลดลงเหลือประมาณ 14,500-15,000 บาท"

ส่วนข้าวเปลือกเจ้าเกี่ยวสดความชื้นดีหน่อย เคยขายได้ 8,600,8,700 บาท/ตัน ในช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมา แต่ในขณะนี้ราคาก็ปรับลดลง ข้าวเกี่ยวสดตอนนี้ชาวนาขายได้ประมาณ 8,000-8,300 บาท/ตัน ผมเองก็เลยงงๆกับข่าวการจะปรับตัวขึ้นของราคาข้าวถุง เพราะข้าวเปลือกหอมมะลิของชาวนาส่วนใหญ่ขายไปเกือบจะหมดแล้ว ก็ไม่รู้นะว่าเขามีต้นทุนอะไร ส่วนชาวนามีต้นทุนเพิ่ม แต่ราคาข้าวเปลือกลดลง


ดังนั้นการเตรียมที่จะปรับขึ้นราคาของข้าวถุง ชาวนาก็ตอบได้เลยว่าไม่ได้ประโยชน์ใดๆจากการปรับราคาครั้งนี้ อีกทั้งข้าวเปลือกนาปรังก็ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ตันละ 500-600บาท จากที่เคยขายได้ 8,600- 8,700 บาท ตอนนี้ขายได้ 8,000-8,300 เท่านั้น ซึ่งไม่รู้ว่าจะลงไปมากกว่านี้อีกหรือไม่?

"แต่ขณะนี้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการทำนาปรับขึ้นมากมาย เช่น ปุ๋ย ยา และน้ำมัน ต้นทุนเคยอยู่ที่ประมาณ 4,500-5,000 บาทต่อไร่ ก็ปรับขึ้นไปอีก 6,000-6,500 บาทต่อไร่ ยังดีที่มีฝนตกยังพอช่วยลดค่าสูบน้ำได้บ้าง และกลางเดือน กรกฎาคม ก็จะเริ่มมีการเก็บเกี่ยวมากขึ้น ไปจนถึงเดือนสิงหาคม ถ้าราคาข้าวเปลือกลงไปอีก และปุ๋ย ยา ไม่ลดลง ชาวนาพวกผมคงแย่แน่ๆ" นายปราโมทย์ กล่าวย้ำในตอนท้าย

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ