ตอบคำถาม ปลูกใบกระท่อมได้แล้วขายให้ใคร?

นายสุนทร รักษ์รงค์ กรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เผยว่า หลังมีการถามกันมาเยอะว่า ปลูกพืชกระท่อมแล้ว จะขายใคร? ซี่งในขณะนี้ มีกว่า 10 บริษัท ต้องการใบกระท่อมสด ราคา 250-300 บาทต่อกิโลกรัม ทำสัญญา 1 ปี เพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม


เช่น น้ำกระท่อมกระป๋อง น้ำท่อมโคล่า เครื่องดื่มชูกำลังผสมน้ำกระท่อม ตู้กาแฟสดผสมน้ำกระท่อม และยังมีอีกกว่า 20 บริษัทต้องการใบกระท่อมแห้ง กระท่อมผง เป็นวัตถุดิบผลิตยาและสมุนไพรเพื่อใช้ทางการแพทย์ ใช้เป็นยาแก้ปวดที่ไม่ทำลายตับในอเมริกาและยุโรปนิยมมาก รักษาโรคเบาหวาน ความดัน ลดความอ้วน และเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ


นายสุนทร กล่าวว่า กำลังมีการวิจัยเพื่อหาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ผลิตสารไมตร้าใจนีน(ระงับการปวด) แบบเข้มข้น เพื่อทดแทนมอร์ฟีน ที่ไทยนำเข้าปีละนับหมื่นล้าน นอกจากนี้นักธุรกิจรุ่นใหม่ เอาใบกระท่อมและน้ำกระท่อม มาทำเป็นม็อกเทล ขายในร้านกาฟ ร้านอาหาร และโรงแรม


“พืชกระท่อม” ใช้บำบัดอาการอยากยาของคนที่ติดยาเสพติด เช่น คนเสพยาบ้า กำลังวิจัยครับ เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดของสังคมไทย อื่นๆเช่น ปลูกเพื่อขายใบสดให้คนเคี้ยวท่อม ขายน้ำต้มกระท่อมสูตรต่างๆที่ไม่ผสมยาเสพติด ราคาใบกระท่อมโละ 400-500 บาท


นายสุนทร กล่าวว่า คนกินใบกระท่อมสดอาจเป็นสมุนไพรช่วยป้องกันโควิดได้เพราะมีสารเหนียวในใบกระท่อมคอยดักจับเชื้อโรคที่ลำคอไม่ให้ลงไปที่ปอด อันนี้เป็นความเชื่อส่วนตัวบวกหลักวิชาการ


พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการ ปลูกพืชกระท่อมร่วมยาง สร้างรายได้ 20,000 บาทต่อไร่ต่อเดือน(ราคาใบกระท่อม 200 บาทต่อกิโลกรัม) มากกว่ารายได้จากการขายยางที่มีรายได้เพียง 10,000 บาทต่อไร่(ราคายาง 50 บาท) แต่เราจะไม่ทิ้งยาง ให้รายได้จากการขายยางเป็นรายได้รายวันไว้ซื้อข้าวสาร ตามชุดความคิด “สวนยางยั่งยืน”


ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ