เร่งพาณิชย์ฯ ปลดล็อกปรับราคาปุ๋ย



ก่อนสงครามรัสเซีย-ยูเครน รัสเซียได้จำกัดโควตาการส่งออกปุ๋ย เพื่อให้ปุ๋ยเพียงพอใช้ในประเทศและไม่ให้เกษตรกรเดือดร้อนจากราคาปุ๋ย จากกลางปี 2564 ราคาปุ๋ยยูเรียในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้น 60-70% และราคาไดแอมโมเนียมฟอสเฟต (DAP) เพิ่มขึ้น 20-25%

และเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาหลังสงครามเกิดขึ้น รัสเซียได้ห้ามส่งออกปุ๋ยไปตลาดโลก โดยเฉพาะการส่งออกไปยัง 48 ประเทศที่ถูกระบุไม่เป็นมิตรกับรัสเซีย ทำให้ราคาปุ๋ยทั่วโลกปรับขึ้นอีกทันที จากรัสเซียเป็นผู้ผลิตและส่งออกปุ๋ยอันดับต้น ๆ ของโลก


ขณะเดียวกันยูเครนก็ห้ามส่งออกปุ๋ยเพื่อเก็บไว้ทำการเกษตรในประเทศ ที่ฤดูการเพาะปลูกของยูเครนจะเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมของทุกปี ส่วนจีนก็ส่งออกปุ๋ยลดลงเพื่อเก็บไว้ใช้ในประเทศ ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ส่งผลให้ปุ๋ยในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น


จากราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ประเมินค่าใช้จ่ายรวมที่เกษตรกรไทยต้องจ่ายค่าปุ๋ยปีนี้เพิ่มเป็นประมาณ 2-3 แสนล้านบาท หรือมากขึ้นกว่าปีฐาน 2558 มากกว่า 1 แสนล้านบาท (ปีฐาน 2558 เกษตรกรไทยมีค่าใช้จ่ายด้านปุ๋ยกว่า 1.1 แสนล้านบาท)


ทั้งนี้กลุ่มเกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากใช้ปุ๋ยมาก และจากราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นใน 5 อันดับแรก ได้แก่ ข้าว คาดมีค่าใช้จ่ายปุ๋ยเพิ่มขึ้น 69,000 ล้านบาท ตามด้วย อ้อย 44,000 ล้านบาท ยางพารา 29,000 ล้านบาท ปาล์มน้ำมัน 36,000 ล้านบาท และข้าวโพด 18,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นพืชอื่น ๆ เช่น มันสำปะหลัง ผัก ผลไม้ และสินค้าเกษตรอื่น ๆ


ด้านนายเปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย กล่าวว่า จากที่กรมการค้าภายในได้มีการหารือร่วมกับผู้ประกอบการปุ๋ยเคมีของไทย เพื่อพิจารณาสถานการณ์การผลิต การจำหน่าย รวมถึงพิจารณาการปรับขึ้นราคาขายปุ๋ยเคมีในประเทศตามที่ผู้ค้าร้องขอ หากจะอนุญาตให้ปรับขึ้นราคาขายปุ๋ยเคมีนั้นขอให้พิจารณาเป็นราย ๆ ไป ตามต้นทุนที่สูงขึ้นจริง


“ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ค้า เกษตรกร และเพื่อเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม โดยขอให้พิจารณาแต่ละรายให้เร็วที่สุด ทั้งการขออนุญาตนำเข้าเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว จะส่งผลทำให้มีบรรยากาศที่ดี ทำให้บริษัทต่าง ๆ รีบสั่งเข้ามาทันที เชื่อว่าในช่วงต้นฤดูกาลของการเพาะปลูกที่จะมีขึ้นในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ยังมีปุ๋ยเคมีพอใช้ในช่วงฤดูกาลนี้เท่านั้น”


ที่มา :

หน้า 1 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3772 วันที่ 7 – 9 เมษายน 2565