ไทย เตรียมรับมือกับมรสุม ฝนตกหนัก 26 ส.ค. - 3 ส.ค. 64

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ออกประกาศฉบับที่ 8/2564 ณ วันที่ 25 ส.ค. 64 เรื่อง เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินถล่ม น้ำล้นอ่างเก็บน้ำ และน้ำล้นตลิ่ง ซึ่งจากการติดตามสภาพอากาศพบว่า อิทธิพลของร่องมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เริ่มมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำ ปกคลุมประเทศลาวและเวียดนามตอนบน โดยในช่วงวันที่ 25 - 30 ส.ค. 64 ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ประเทศไทยเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณประเทศไทยตอนบน และภาคใต้ฝั่งตะวันตก

ทั้งนี้ กอนช. ได้คาดการณ์ปริมาณฝนตก (ONE MAP) ของกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังดินถล่ม และ น้ำป่าไหลหลากของกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่า ในช่วงวันที่ 26 ส.ค. – 3 ก.ย. 64 มีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังอุทกภัย ดังนี้ เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินถล่ม บริเวณภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย บึงกาฬ สกลนคร หนองคาย อำนาจเจริญ และอุดรธานี

ภาคตะวันออก จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ภาคตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี

ภาคใต้ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต เฝ้าระวังระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 20 แห่ง มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น


อย่างไรก็ตาม กอนช. ได้เตรียมความพร้อมรับมือต่อสถานการณ์ และเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ โดยปรับแผนบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 90 หรือเกณฑ์ควบคุมสูงสุด (Upper Rule Curve) ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ

พร้อมพิจารณาบริหารจัดการเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ เพื่อพร่องน้ำและเร่งระบายน้ำในลำน้ำ แม่น้ำ รวมทั้งใช้พื้นที่ลุ่มต่ำเป็นแก้มลิงหน่วงน้ำและรองรับน้ำหลาก เร่งตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความสามารถใช้งานของอ่างเก็บน้ำ อาคารบังคับน้ำ และติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมรับน้ำหลากป้องกันน้ำท่วม ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


พร้อมเตรียมแผนเผชิญเหตุรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ และความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที รวมทั้งการประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำและแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบได้รับทราบ เพื่อเตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์